Tuesday, February 28, 2006

ต่อมจริยธรรม!?!

ดูเหมือน "คนกู้ชาติ" ชุมนุมเมื่อคืน 27 ก.พ. นี้ พูดถึง คนเดือนตุลาจีเอ็มโอ กัน
อยากรู้ไหมว่าคนกู้ชาติ หมายถึงคนเช่นไร
ผมเดาเอาว่า คือคนเดือนตุลา ที่ถูกตัดเอาต่อมจริยธรรมออกไปแล้ว
แต่ก็อด สงสัย อยู่ครัน
อยากถาม "ผู้นำคนกู้ชาติ"ว่า เวลาที่ต่อมจิรยธรรมหลั่งสารจริยธรรมนั่น
มันเกิดอาการ spasm ด้วยหรือปล่าว??

1 Comments:

At 10:42 AM, Anonymous Anonymous said...

นี่อาจเป็น Debate ทางทฤษฎีการเมืองที่ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับสถานการปัจจุบัน ถ้าจะถามว่า What is to be done? นั้นไม่ใช่ประเด็นหลักในที่นี้

ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นสิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือการเรียกร้องทางจริยธรรม หรือ ศีลธรรมในอาณาบริเวณของการเมือง

มีผู้คนมากมายทำการเรียกร้องให้ผู้นำประเทศนั้นมีเพียบพร้องทั้งจริยธรรมและ ศีลธรรม

คำถามประการแรกนั้นคือว่า ถ้าจะไปถามว่าจริยธรรม หรือ ศีลธรรมที่ผู้คนเรียกร้อง นั้นมันคืออะไรที่เป็นรูปธรรมท่านเหล่านั้นจะตอบได้ไหม? ผมคิดว่าหลายๆ ท่านตอบได้

คำถามต่อมาคือ ทุกๆ ท่านที่ตอบได้นั้นตอบตรงกันไหม

ถ้าไม่แล้วมันหมายความว่าศีลธรรมดังกล่าวมันลื่นไหลได้ใช่ใหม? ถ้าศีลธรรมนั้นเป็นได้หลายอย่างแล้วควรไหมที่เราจะทำให้มันเป็นประชาธิปไตย?

ถ้ามันลื่นไหลไม่ได้ หลักศีลธรรมต้องมีหนึ่งเดียวแล้ว คำถามก็คือ ประชาธิปไตยนั้นต้องกลายเป็นประชาธิปไตยที่อยู่ใต้ศีลธรรมหรือ? คำถามประหลาดประหลาดที่ตามมาก็คือ ถ้าการปกครองนั้นต้องอาศัยศีลธรรมที่ตายตัวแล้ว เราจะต้องการประชาธิปไตยทำไมให้มันวุ่นวาย ถ้าเกิดมาตรฐานการปกครองอยู่ที่ศีลธรรมแล้ว ทำไมเราไม่ให้ผู้มีศีลธรรมปกครองไปเลย ไม่ต้องมาเลือกตั้งให้มันวุ่นวายแถมกระบวนการดังกล่าวนั้นอาจนำมาซึ่งผู้ไม่มีศีลธรรม

คนอย่าง ประเวศ วะสี นั้นจะทำการแก้ปัญหาตรงนี้โดยการวางสร้างความสัมพันธ์ที่จำเป็น (Necessary) ระหว่างประชาชนกับศีลธรรม

ผมคิดว่าการวางประชาชนคู่กับศีลธรรมตรงนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะอ่อนในรากฐานทางความคิดมาก เป็นการกล่าวอ้างธรรมชาติมนุษย์เอาอย่างดื้อๆ โดยไม่ต้องสนใจเลยว่ามันมีข้อถกเถียงที่ไร้สัญญาณของข้อยุติมานานแค่ไหนถึงธรรมชาติมนุษย์

ผมไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดแบบนี้มากๆ เพราะ มันไม่สามารถอธิบายการได้ผู้ปกครองที่ไร้ศีลธรรมได้อย่างแน่นอน

คนเหล่านั้นอาจโยงประเด็นไปเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาว่า "คนนั้นยังมีการศึกษาไม่พอ"

คำถามของผมคือ แล้วเท่าไหรถึงจะพอ? ผมคิดว่าถ้าทุกคนเป็นปัญญาชนแล้วมันก็ยังไม่พอเลย มันจะทำให้ศีลธรรมที่ตายตัวนั้นง่อนแง่นด้วยซ้ำ

ผมคิดว่าทั้งหมดนีไม่ใช่ทางออก

... หรือที่จริงแล้วระบบเรานั้นเองที่มีปัญหา?
เราต้องไปให้ไกลว่านั้นหรือเปล่า? หรือ เราก็เพียงแค่ต้องกลับไปสู่แนวคิดแบบสภาวะสมัยใหม่ที่ต้องแยกอาณาบริเวณศีลธรรมนั้นออกจากการเมือง?

ผมตอบแทนใครไม่ได้ แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยมันก็คงจะมีสภาวะที่ดีกว่าสภาวะอันลักลั่นของศีลธรรมและการเมืองอย่างทุกวันนี้

พอจะเข้าใจครับ คุณข้อความสาม (ส่วนข้อความสองรบกวนป่วนให้มันสร้างสรรค์กว่า Copy ข้อความตัวเองที่ใช้กับหลายๆ กระทู้กว่านี้ก็ดีนะครับ) แต่ก็อย่างที่ผมเริ่มแต่แรกแล้วว่าผมไม่ได้ โจมตีการกระทำของคนทุกวันนี้ว่ามันถูกหรือผิด แต่ประเด็นมันอาจจะเป็นว่า ทุกวันนี้เราอยู่ในพื้นที่สีเทาที่เอื้ออำนวยให้กับการลักลั่นอันนานัปการหรือเปล่าครับ? เราไม่เลือกสักอย่างเราจะเอาทั้งคู่ ถ้าพูดในภาษาแบบหนึ่งก็คือ เราจะมีเค้กของเรา และ เราก็จะกินมันไปพร้อมๆ กัน (Have our cake and eat it.) ซึ่งของอย่างนั้นมันจะเป็นไปไม่ได้ครับ

ผมคิดประเด็นที่ผมยกนั้นมัน Radical กับบริบทการเมืองไทยที่ยังเรียกร้องให้ผู้ปกครองนั้นมีทศพิศราชธรรมมาก แต่ถ้าพูดตรงๆ แล้วก็คือว่าผมคิดว่าวิธิคิดดังกล่าวนั้นมีปัญหาครับอย่างน้อยก็กับประชาธิปไตย

เพราะ ระบบดังกล่าวไม่ใช่หรือ ครับที่จะเอื้ออำนวยให้คนเราเลือก แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นไปตามหลักศีลธรรมก็ตาม

ประเด็นของผมก็คือ ระบบการปกครองไม่ว่าทางไหนก็ตามแต่ มันเป็นคนละเรื่องกับหลักศีลธรรมครับ

ผมคิดว่าถ้าทุกคนนั้นมีหลักศีลธรรมที่แน่นอนตายตัวแล้วเราก็คงไม่ต้องมีประชาธิปไตยกันอีก เพราะ ว่านายของทุกคนคือ "ศีลธรรม" ไม่ใช่ "ประชาชน"

นี่ผมพูดถึงประชาชนที่จับต้องได้นะครับไม่ใช่ประชาชนที่มักจะเอามาอ้างกันเพื่อความชอบธรรม (มันเป็นภาพตัวแทนที่น่ากลัวพอๆ กับน่าขยะแขยงที่สุดอย่างหนึ่งที่ผมเคยเห็นมา ... ซึ่งก็แน่นอนว่าผมเห็นว่ามันแทนไม่ใด้)

หรือว่าท้ายที่สุดแล้วผมนั้นก็ยังตกอยู่ใน Modern ในสายตาแบบหลายๆ คนที่ claim ตัวเองว่าเป็น postmodern กันแล้วที่ผมยังแยกศีลธรรมกับการเมืองอยู่?

... ปัญหาของผมคือว่าเราต้องไปไกลกว่านั้นครับแม้ทางออกของเราจะไม่สามารถเป็นที่เข้าใจได้กับคนทั่วๆ ไป


ข้อความข้างต้นคัดมาจาก Moralizing Democracy VS Democratizing Morality? ... or Beyond?
ใน http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=midnightuniv&topic=11359

เห็นด้วยกับคุณ FxxkNoEvil
ในสังคมที่แตกต่างหากหลาย การมีมาตรฐานทางจริยธรรมเพียงหนึ่งเดียว ก่อปัญหาให้กับสังคมมากกว่าการสร้างสรรค์ แบบเดียวกับ การศึกษาไทยงัย ที่ทุกคนต้องเรียนหลักสูตรเดียวกัน

 

Post a Comment

<< Home