Tuesday, February 14, 2006

ความซับซ้อนแห่งยุคสมัยกับพาราไดม์เดิม

กระทู้ของ "สมศักดิ์" เรื่อง "ว่าด้วยกรณี เปรม-สมัคร, ปริญญา, ธีรยุทธ และปัญหาทางประวัติศาสตร์ของ "องคมนตรี" ดูเหมือนเป็นประเด็นที่เป็นทัศนะที่หลากหลาย ที่เกิดขึ้นในช่วง ของสภาวะวิกฤติ เช่นเดียวกับมุมมองของคุณ "โชติศักดิ์" เรื่อง "ทำไม “ภาคประชาชน” ถึงเห็นด้วยกับ “การถวายคืนพระราช"
-อย่างเช่น ในประเด็นเสรีภาพของสื่อ(นายสมัครและดุสิต) สารัตถะ เป็นเช่นเดียวกับ กรณี เมืองไทยรายสัปดาห์ หรือไม่?
-หรือกรณี กลุ่มการเคลื่อนไหว เรียกร้องกดดัน สมัคร ดุสิต ขอขมาป๋าเปรม สื่อนัยยะอะไรบ้าง
-หรือการเคลื่อนไหว ไล่ทักษิณผิด "รัฐธรรมนูญ"
เหล่านี้เป็นประเด็นน่าศึกษาอย่างยิ่ง อันอาจนำไปสู่ กระบวนทัศน์ใหม่ (หรือมีหลากหลายกระบวนทัศน์?) ที่ก้าวสู่อนาคตได้.....

1 Comments:

At 5:06 PM, Anonymous Anonymous said...

บทนำ : คนไทยต้องการกติกาที่เป็นธรรม

บทนำ/Bizweek http://www.bangkokbizweek.com/

ความขัดแย้งของผู้คนในสังคมในช่วงเวลานี้ดูเหมือนปะทุขึ้นรุนแรงอีกครั้ง ระหว่างประชาชนที่ต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับกลุ่มผู้สนับสนุน ซึ่งปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นครั้งหลังสุดเมื่อปี 2535 ในสมัยของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในครั้งนั้นได้นำไปสู่ความสูญเสียในชีวิตทรัพย์สินมิอาจประเมินได้ในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 หรือที่เรียกกันติดปากว่า 'พฤษภาทมิฬ'

เราไม่อาจเปรียบเทียบระหว่างสองช่วงเวลาได้โดยง่ายเพราะต่างยุคต่างสมัย แต่หากพิจารณาถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มที่ต่อต้านกับกลุ่มที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ จะเห็นว่ามีลักษณะร่วมกันอยู่ประการหนึ่งคือ ทุกคนพยายามเรียกร้องหากติกาหรือต้องการให้มีการเล่นกันตามกติกาบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม คำว่า 'กติกา'ของแต่ละฝ่ายนั้นยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันอยู่มาก และทำให้การพูดคุยระหว่างผู้ต่อต้านและสนับสนุนเป็นไปได้ยาก

ประชาชนกลุ่มผู้ต่อต้านการปกครองของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พอใจกติกาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะเห็นว่านายกรัฐมนตรี พยายามกำหนดกติกาหรือนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง โดยมีจุดสุดท้ายที่เหลือจะทนได้อีกต่อไปคือ กรณีการขายหุ้นของตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ ในบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)โดยไม่มีภาระภาษีสักบาท แม้ว่าจะเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผิดกติกาบางอย่างของผู้นำ

แม้ว่าประชาชนผู้ต่อต้าน จะยึดถือกติกา หรือ กฎหมายของบ้านเมืองเช่นเดียวกัน แต่กรณีนี้และอีกหลายๆ กรณีที่มีคำถามและข้อครหาต่างๆ ต่อการบริหารงานของรัฐบาล พวกเขาเห็นว่ารัฐบาลหรือคนในรัฐบาล รวมทั้งตัวนายกรัฐมนตรี กำลังเล่น 'นอก' กติกา โดยพยายามหลีกเลี่ยงอย่างจงใจ โดยมีหน่วยงานของรัฐคอย 'ตีความ' ว่าเป็นเรื่องที่กระทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ เป็นการใช้อำนาจการเมืองร่วมเล่นกติกาด้วยนั่นเอง

หากประมวลความเห็นและความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรี ที่พยายามเรียกร้องให้กลุ่มผู้ต่อต้านนายกรัฐมนตรีเล่นตามกติกาบ้านเมือง เพราะเห็นว่ากลุ่มต่อต้านพยายามโค่นล้มนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ด้วยวิถีทางประชาธิปไตย และเรียกร้องให้เคลื่อนไหวการเมืองอยู่ในกรอบของรัฐสภา และเห็นว่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลทำตามกฎหมาย รวมทั้งการขายหุ้นของบริษัทชินฯ ก็ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคม แม้ว่าเราจะมีกฎหมายที่เป็นธรรม หรือ กติกาที่เป็นธรรม แต่โดยมากจะไม่ได้รับการปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจทางการเมือง ซึ่งจะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกครั้งก็เนื่องมาจากการใช้อำนาจที่ 'ไม่เป็นธรรม' นั่นเอง โดยเข้าไปแทรกแซงกติกาทางสังคมให้เกิดภาวะ 'บิดเบี้ยว' จนผู้คนในสังคมรู้สึกรับไม่ได้ และต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ

ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะหัวหน้ารัฐบาลผู้บริหารประเทศ ก็ควรจะรับฟังความเห็นของคนอื่นๆ ในสังคม และไม่ควรจะมองว่ากลุ่มผู้เรียกร้องมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง หรือ เป็นพวก 'ขาประจำ' ที่ไม่ชอบรัฐบาล และพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ควรอ้างเสียงสนับสนุน 19 ล้านเสียง ที่เลือกไทยรักไทยให้มาเป็นรัฐบาล และไม่ควรยั่วยุให้ประชาชนที่ต่อต้านในขณะนี้ให้โกรธแค้นมากยิ่งขึ้นจากคำพูดที่ไม่น่าจะออกจากปากของผู้นำ

ที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ได้ปรากฏว่ามีประชาชนอีกกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอาจเป็นประเด็นใหญ่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ คาดคิดไม่ถึง และสถานการณ์อาจลุกลามได้โดยง่าย โดยเฉพาะหากเป็นลักษณะการปลุกกระแสจากคนรอบข้าง เพราะนั่นอาจจะเกิดการต่อต้านที่หนักหน่วงและรุนแรงยิ่งขึ้น รวมทั้งผู้ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณก็น่าจะรู้ว่าคนไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอะไร

ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องตระหนักว่าเสียงวิจารณ์หรือกระแสต้านครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง และเป็นกระแสต้านที่ค่อนข้างลงลึก ทางออกของพ.ต.ท.ทักษิณน่าจะแยกแยะและรับฟังเพื่อเอามาปรับปรุงแก้ไขการทำงานให้ดีขึ้น ไม่ใช่การปฏิเสธและดิสเครดิต เพราะขณะนี้คนกำลังร้องหา 'กติกาที่เป็นธรรม' หากใช้กลยุทธ์เพื่อรักษาอำนาจไว้เพียงอย่างเดียวโดยไม่แยกแยะวิธีการก็จะมีแต่ทำให้ความขัดแย้งบานปลายออกไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเวลาของ พ.ต.ท.ทักษิณ คงเหลืออีกไม่มาก เพราะคนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการบริหารประเทศนั่นเอง

 

Post a Comment

<< Home