Sunday, February 26, 2006

26 ก.พ. 2549 : เปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นความรู้


ปฎิกริยาที่เป็นอารมณ์ร่วม จากข่าวสารที่ถูกเปิดโปง ถึงเรื่องราวของการคอรัปชั่นและคุณธรรมของท่านผู้นำ นำไปสู่การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น และ ความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย นอกจากมวยคู่เอกระหว่าง ทุนเสรีนิยมใหม่และกลุ่มทุนเก่าที่อิงสถาบันที่กลายเป็นกระแสแล้ว ความแตกต่างหลากหลายได้สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละปัจเจกและกลุ่มในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป
มีคำถามว่า การเลือกการก่อการครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมนั้น มีเป้าในใจบ้างหรือไม่ว่า เรากำลังก่อการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหน้าตาอย่างไร
หลายคนออกมาเตือนสติกัน เช่น ว่าด้วยการเคลื่อนไหวต้านทักษิณในสถานการณ์ปัจจุบัน โดย เกษียร เตชะพีระ “ขอประชาธิปไตยที่กินได้ อัปรีย์จะไป จัญไรจะมา...ช่างหัวมัน” เตือนกันฉันท์มิตร ถึงพันธมิตรฯเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น
หลายคนออกมาคัดค้าน เบื้องหลังการก่อการเช่น ถึง สนนท. : ถอนตัวออกจาก "พันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย" ด่วน! ผมขอเสนอว่า ขบวนการ สนธิ-พันธมิตรประชาธิปไตย ได้เปลี่ยนรูปเป็นขบวนปฏิกิริยาที่ต้องคัดค้าน ตกลงตอนนี้ "ในทางปฏิบัติแล้ว "ประชาธิปไตย"มันมีความหมายยังไงกันวะเนี่ย ?
มีบ้างที่ถามหาเส้นทางใหม่กัน เช่น ถึงเวลาสร้างขบวนการล้มทักษิณ+ปฎิรูปการเมือง ที่ไม่สวามิภักดิ์ศักดินาหรือยัง? คู่มือกู้ชาติ (หน้า)
แต่ที่น่าสนใจ เห็นจะเป็น คำประกาศจากชุมชนต้นกล้า ตอนหนึ่งความว่า "เราจึงขอแสดงความคิดเห็นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย ในประเด็นดังต่อไปนี้คือ 1.เราไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งรัฐบาลพระราชทาน เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งที่ซับซ้อน ทั้งวิกฤตจริยธรรมของผู้นำ วิกฤตของระเบียบกติกาที่ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ ฯลฯ วิกฤตเหล่านี้ประชาชนจำเป็นจะต้องเรียนรู้ ที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง เพื่อความเติบโตในการปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย 2. เรายืนยันว่าต้องการเห็นการปฏิรูปการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องยึดหลักการคือ “การเคลื่อนไหวอย่างอิสระภายใต้จุดหมายเดียวกัน” โดยต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันได้บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนสังสรรค์ทางสติปัญญาที่ไม่ปิดกั้นความคิดเห็นที่แตกต่าง 3. เราเห็นว่าการปฏิรูปการเมือง ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงนั้น เป็นกระบวนการที่จะต้องเรียนรู้ในระยะยาว เราจึงไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวแตกหักที่มุ่งเอาชนะ จนกระทั่งบีบบังคับอีกฝ่ายให้ใช้ความรุนแรง หรือเปิดโอกาสให้กลุ่มอำนาจอื่นเข้ามาแสวงหาประโยชน์ 4. เราเห็นว่าปัญหาประเทศไทยเวลานี้ ไม่ไม่สามารถแก้ไขได้เพียงการทำให้การเลือกตั้งสะอาดขึ้น แต่จะต้องทบทวนการมุ่งทิศทางไปสู่เสรีนิยมใหม่ ต้องสร้างกลไกที่สนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ต้องมีการควบคุมและตรวจสอบผู้นำที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้จริง ฯลฯ ดังนั้นการปฏิรูปการเมืองจึงต้องไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ต้องมีวาระของประเทศที่จะสร้างสังคมที่เป็นธรรมและยั่งยืนด้วย"
บางทีโครงสร้างของการอยู่ร่วมกัน ในยุคหลังเสรีนิยมใหม่ อาจยังไม่เคยมีรูปโฉมใด ๆ ที่อดีตเคยให้ความรู้แก่เรา

0 Comments:

Post a Comment

<< Home